แนวทางการถือครองอสังหาริมทรัพย์สำหรับชาวต่างชาติในประเทศไทย
คอนโดมิเนียม: เป็นทางเลือกที่ตรงไปตรงมาที่สุด ภายใต้พระราชบัญญัติอาคารชุด ชาวต่างชาติสามารถถือโฉนดกรรมสิทธิ์ห้องชุดในชื่อของตนเองได้ โดยมีเงื่อนไขสำคัญคือ "โควตาต่างชาติ" ซึ่งกำหนดว่าชาวต่างชาติรวมกันสามารถถือครองพื้นที่ได้ไม่เกิน 49% ของพื้นที่รวมทั้งหมดในโครงการ นอกจากนี้ เงินที่ใช้ซื้อต้องโอนมาจากต่างประเทศเป็นเงินตราต่างประเทศ
ที่ดินและบ้าน (บ้านเดี่ยวและวิลล่า): กฎหมายไทยไม่อนุญาตให้ชาวต่างชาติถือกรรมสิทธิ์ที่ดิน สำหรับผู้ที่ต้องการอยู่อาศัยในบ้านหรือวิลล่า ส่วนใหญ่จึงเลือกใช้การ เช่าระยะยาว (Leasehold) ซึ่งจะมีการจดทะเบียน ณ กรมที่ดินเป็นเวลา 30 ปี และมักจะมีข้อตกลงในสัญญาเพื่อต่ออายุการเช่า
โครงสร้างการถือครองทางเลือก: อีกวิธีหนึ่งคือการเป็นเจ้าของเพียง "ตัวอาคาร" แต่เช่าที่ดิน แม้ที่ดินจะเป็นการเช่า แต่ชาวต่างชาติสามารถมีชื่อเป็นเจ้าของในใบอนุญาตก่อสร้างหรือทะเบียนบ้านได้
ข้อยกเว้นพิเศษ: ภายใต้การส่งเสริมจาก BOI หรือโปรแกรมวีซ่าพำนักระยะยาว (LTR Visa) นักลงทุนบางกลุ่มอาจได้รับอนุญาตเป็นพิเศษให้ถือครองที่ดินเพื่อการอยู่อาศัยหรือประกอบธุรกิจได้ แต่ต้องเป็นไปตามหลักเกณฑ์ที่เข้มงวดและมีวงเงินการลงทุนที่สูงตามที่กำหนด